อาการริดสีดวง

โรคริดสีดวงทวารหนัก  อาการที่เกิดมาจากการที่หลอดเลือดดำที่บริเวณไส้ปากทวารหนักมีการโป่งพองหรือมีการขอด  ทำให้มีอาการคันและเจ็บ ซึ่งอาจจะไม่มีอาการปวดใดๆ เมื่อเราใช้แรงในการเบ่งอุจจาระ หลอดเลือดที่โป่งพองนี้ก็จะถูกแรงดันออกมาด้วย   เมื่อปล่อยไว้ไม่รักษา อาจมีการอักเสบและโป่งพองมากขึ้น เมื่ออุจจาระครูดผ่าน ไม่ว่าจะเป็นอุจจาระแข็งหรืออุจจาระนิ่ม ก็จะทำให้ผนังของหลอดเลือดถูกครูดจนเกิดเป็นแผลและเลือดไหล

 

หลายคนคงสงสัยว่า เราเป็นริดสีดวงได้อย่างไร ทั้งๆ ที่เราก็กินอาหารที่มีกากใย และขับถ่ายทุกวัน วันนี้ มาทำความเข้าใจกับริดสีดวงกันค่ะ ว่าริดสีดวงเกิดจากอะไร วิธีการรักษาริดสีดวง  อาการเริ่มต้นของโรคริดสีดวง และวิธีการรักษาริดสีดวง ทำได้อย่างไรบ้าง

————————————————————————————

ก่อนอื่น เรามาเช็คอาการของริดสีดวงกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง

  1. สังเกตบริเวณทวารหนัก จะมีติ่งเนื้อยื่นออกมาขณะที่เราอุจจาระ อาจจะหดกลับเมื่อเสร็จกิจ หรือบางรายที่เป็นหนัก ติ่งที่ยื่นอาจจะไม่หดกลับทันที
  2. มีอาการคันบริเวณรอบๆ ปากทวารหนัก หรือมีอาการเจ็บทวารหนักร่วมด้วยโดยเฉพาะเวลาขับถ่าย
  3. อาจมีเลือดสดๆ ปนออกมากับอุจจาระ บางรายถึงขั้นเลือดไหลออกมาเป็นหยดๆ
  4. หากเราลองคลำบริเวณทวารหนักดู จะพบก้อนเนื้อ ซึ่งก้อนเนื้อนี้อาจเป็นได้ทั้งภายในและภายนอก เราเรียกว่า ริดสีดวงทวารหนักภายใน กับริดสีดวงทวารหนักภายนอก

หากพบอาการเหล่านี้ สันนิษฐานได้เลยว่า คุณน่าจะกำลังเป็น ริดสีดวงทวารแล้วหล่ะค่ะ ริดสีดวงทวารเป็นโรคที่อาจดูไม่รุนแรง แต่เป็นโรคเรื้อรัง สร้างความรำคาญ ความเจ็บปวด  คนที่เป็นมาก จะมีอาการปวดตลอดเวลา และที่สำคัญ การที่เราปล่อยไว้ไม่รักษาให้หายเสียแต่เนิ่นๆ ริดสีดวงทวารสามารถลุกลามรุนแรงมากขึ้นไปได้ การดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะสามารถหายขาดได้มากกว่าปล่อยไว้ในระยะรุนแรง

————————————————————————————

ริดสีดวงทวาร สามารถรุนแรงมากไปได้ถึงขั้นไหน ลองมาดูกันค่ะ

โรคริดสีดวง เราแบ่งระดับความรุนแรงของโรคเป็น 4 ระดับด้วยกัน

ระยะที่ 1  จะเป็นระยะที่ยังไม่มีติ่งเนื้อยื่นออกมา อาจจะมีแค่อาการคันบริเวณรอบปากทวาร

ระยะที่ 2  จะเริ่มสังเกตว่ามีติ่งเนื้อยื่นออกมาในเวลาที่เราเบ่งถ่าย แต่ยังสามารถหดกลับไปได้เมื่อเราถ่ายเสร็จ โดยหดกลับไปได้เองโดยที่ไม่ต้องใช้มือดันช่วย และอาจไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร แต่อาจมีเลือดออกมากับอุจจาระได้

ระยะที่ 3 จะมีติ่งเนื้อออกมาขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ และไม่หดกลับเข้าไปได้เอง ต้องใช้นิ้วมือช่วยดันเข้าไป จึงจะกลับเข้าไปได้  อาจไม่มีอาการปวด

ระยะที่ 4 คือระยะที่มีติ่งเนื้อยื่นออกมาแล้ว ขณะเบ่งถ่าย และไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้แม้จะใช้นิ้วมือดันก็ตาม ต้องใช้เวลาให้ค่อยๆ ยุบเข้าไป หรือในบางรายก็ไม่หดกลับเข้าไปเลย  ในระยะนี้จะมีอาการปวด เพราะเมื่อเราถ่ายอุจจาระเสร็จ หูรูดปากทวารจะรัดตัวเข้าเหมือนเดิม แต่เมื่อมีติ่งเนื้อของริดสีดวงยื่นออกมา ติ่งนี้ก็จะถูกรัดด้วยปากทวาร ทำให้มีอาการปวดหน่วง นั่งไม่ลง

หลังจากระยะ 4 ไปแล้ว หากติ่งเนื้อที่ยื่นออกมามีจำนวนมากและอักเสบ จะเป็นระยะบานทะโล่ เหมือนดอกไม้บานที่บริเวณทวารหนัก ระยะนี้จะรุนแรง ติดเชื้อได้ง่าย และรักษาได้ยากมากๆ หากคนไข้ปล่อยไว้ระยะนี้ จะทำการรักษาได้ยาก

หากสังเกตแล้วพบว่าตัวเองเป็นริดสีดวงทวารหนัก ควรรีบรักษาเสียแต่เนิ่นๆ นะคะ

————————————————————————————

แนวทางการรักษาริดสีดวงด้วยสมุนไพร

ใช้ยาสมุนไพรรักษาริดสีดวง เป็นยาตำรับ ประกอบด้วยสมุนไพร เพชรสังฆาต โกฐกักกรา ใบมะขามแขก ลูกจันทน์ ใบมะกา อัคคีทวาร แก่นฝาง สมอไทย สมอเทศ สมอภิเภก  และสมุนไพรอื่นๆ

 

ทำให้เลือดหยุดไหล และหัวริดสีดวงยุบลงใช้ได้ทั้งริดสีดวงภายในและริดสีดวงภายนอก หัวที่โป่งออกมาจะยุบกลับเข้าที่เดิม 

ทานต่อเนื่อง ยิ่งเห็นผลชัดเจนและหายได้

 

ผลการรักษาด้วยยารักษาริดสีดวง ชีวีมีสุข

  1. ติ่งเนื้อที่โผล่ออกมาค่อยๆ นิ่มตัวลง
  2. ในกรณีที่มีเลือด เลือดค่อยๆ ออกน้อยลง
  3. การอักเสบของเส้นเลือดดำบริเวณรอบปากทวารค่อยๆ ดีขึ้น ทำให้ไม่บวมอักเสบ
  4. อุจจาระนิ่มลง ทำให้ถ่ายง่ายขึ้น
  5. ฆ่าเชื้อบริเวณปากทวาร ทำให้อาการคันลดลง

สมุนไพรรักษาริดสีดวง

ยารักษาริดสีดวง

ทานต่อเนื่อง 3 เดือน สามารถหายขาดได้

 

สั่งซื้อได้ที่ไลน์  คลิกเลย

ไลน์ชีวีมีสุข

——————————————————————-

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

การรักษาริดสีดวงโดยไม่ผ่าตัด

ผลข้างเคียงของการผ่าตัดริดสีดวง

ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดริดสีดวง